Merry's Care
Merry's Care
หน้าแรก
สินค้า
แหล่งความรู้
แบบทดสอบ

Merry's Care

สินค้าเพื่อสุขภาพและชีวิตประจำวันที่เราคัดมาอย่างตั้งใจ เพื่อคุณและคนที่คุณรัก

FacebookYouTubeTikTokLine

เมนู

  • หน้าแรก
  • สินค้า
  • แหล่งความรู้
  • แบบทดสอบ

ช่องทางการติดต่อ

  • 02-427-8216
  • เฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์
  • เวลา 8.30 - 17.30 น.
  • merrys-care@covermat.co.th
  • @merrys.care

ช่องทางการสั่งซื้อเพิ่มเติม

Shopee MallLazMall

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

DBD Registered

© 2026 Merry's Care — The Care You Deserve.

เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธการใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ได้

ตะกร้าสินค้าของคุณ

ยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ต่างกันอย่างไร? 3 โรคทางเดินหายใจที่ควรเฝ้าระวัง

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ต่างกันอย่างไร? 3 โรคทางเดินหายใจที่ควรเฝ้าระวัง

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV มีอาการคล้ายกัน แต่ความเสี่ยงและการรักษาต่างกัน รู้จักอาการ ผลกระทบ วิธีรักษา และแนวทางป้องกันที่ควรรู้

Merry's Care

เขียนโดย Pakapol L.

22 ก.ย. 2569 16:16 น.

แชร์บทความนี้:

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราคือ Merry’s Care : เรื่องที่คุณแคร์ เราคัดสรรให้

แบรนด์

9 ก.ย. 2569 09:41 น.

Diversey แบรนด์ความสะอาดระดับโลก ที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

แบรนด์

9 ก.ย. 2569 09:41 น.

Prova Probio+ คืออะไร? รู้จัก Probiotic และการดูแลสุขภาพลำไส้

สินค้า

9 ก.ย. 2569 01:09 น.

Oxivir TB Wipes คืออะไร? แผ่นเช็ดฆ่าเชื้อใช้กับอะไร และมีจุดเด่นอย่างไร

สินค้า

6 ก.ย. 2569 23:53 น.

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ต่างกันอย่างไร? 3 โรคทางเดินหายใจที่ควรเฝ้าระวัง

ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก อ่อนเพลีย — เมื่อมีอาการเหล่านี้ หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นเพียงไข้หวัด หรือกำลังติด COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ หรือ RSV กันแน่?

ปัญหาคือทั้ง 3 โรคมีอาการหลายอย่างคล้ายกันมาก และการดูจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเกิดจากไวรัสชนิดใด โดยเฉพาะ COVID-19 และไข้หวัดใหญ่

แม้อาการจะคล้ายกัน แต่ กลุ่มเสี่ยง ผลกระทบ และแนวทางการรักษาของแต่ละโรคไม่ได้เหมือนกัน การรู้จักความแตกต่างจึงช่วยให้เรารู้ว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อไรที่ไม่ควรรอให้อาการหายเอง

1. COVID-19

COVID-19 เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 อาการมีได้ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง และสามารถแตกต่างกันในแต่ละคน

อาการที่พบได้

อาการที่พบได้ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย โดยลักษณะและความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

ผลกระทบ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถดูแลตามอาการได้ แต่ COVID-19 ยังสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ โดยเฉพาะใน กลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งควรเฝ้าระวังอาการและรับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อป่วย

การรักษา

หากอาการไม่รุนแรง การรักษาส่วนใหญ่เน้น พักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรักษาตามอาการ

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ COVID-19 รุนแรง มียาต้านไวรัสที่แพทย์สามารถพิจารณาใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต โดยยาบางชนิดจำเป็นต้องเริ่มภายใน 5–7 วันหลังเริ่มมีอาการ จึงควรปรึกษาแพทย์เร็วหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

การป้องกัน

การดูแลสุขอนามัยของมือ เพิ่มการระบายอากาศ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นเมื่อป่วย และการได้รับวัคซีนตามคำแนะนำ เป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงจาก COVID-19 และการเจ็บป่วยรุนแรงได้

2. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

ไข้หวัดใหญ่เกิดจาก Influenza virus และไม่ใช่โรคเดียวกับไข้หวัดธรรมดา

จุดที่หลายคนสังเกตได้คืออาการไข้หวัดใหญ่มักเกิดค่อนข้างรวดเร็ว และอาจมีอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนเพลียชัดเจน แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จะมีไข้

อาการที่พบได้

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้หรือหนาวสั่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกหรือคัดจมูก ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย บางรายอาจมีอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย โดยพบอาการทางระบบทางเดินอาหารในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่

ผลกระทบ

ไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่อาจหายได้เอง แต่ในบางคนสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

การรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่อาจพักรักษาตัวที่บ้าน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลตามอาการ

ไข้หวัดใหญ่มียาต้านไวรัสที่ แพทย์อาจพิจารณาใช้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหรือมีอาการรุนแรง ยาต้านไวรัสจะให้ประโยชน์สูงสุดเมื่อเริ่มรักษาเร็ว โดยเฉพาะภายใน 1–2 วันแรกหลังเริ่มมีอาการ แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่ม การเริ่มรักษาหลังจากนั้นก็ยังอาจมีประโยชน์

การป้องกัน

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำ ร่วมกับการล้างมือ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และพักอยู่บ้านเมื่อป่วย

3. RSV

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่สามารถติดได้ทุกวัย

ในคนส่วนใหญ่ RSV ทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดและสามารถหายได้เอง แต่โรคนี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง

อาการที่พบได้

อาการทั่วไป ได้แก่ น้ำมูก คัดจมูก ไอ จาม ไข้ และเบื่ออาหาร บางรายอาจมีเสียงหายใจหวีด

ในทารกเล็ก อาการอาจแตกต่างออกไป เช่น งอแง เคลื่อนไหวน้อยลง หรือมีปัญหาในการหายใจ

ผลกระทบ

RSV สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างและอาการหายใจลำบากได้ ในผู้สูงอายุยังสามารถทำให้โรคเดิม เช่น โรคปอดหรือโรคหัวใจบางชนิด มีอาการแย่ลงได้

การรักษา

ผู้ป่วย RSV ส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง โดยปัจจุบัน การรักษา RSV โดยทั่วไปเป็นการรักษาตามอาการ และยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป การดูแลจึงเน้นการพักผ่อน การได้รับน้ำอย่างเพียงพอ และเฝ้าระวังอาการทางระบบหายใจ โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล

การดูแลจึงเน้นรักษาตามอาการและป้องกันภาวะขาดน้ำ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล เช่น การให้ออกซิเจนหรือสารน้ำ

การป้องกัน

แนวทางพื้นฐานคือ ล้างมือ ลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่กำลังป่วย ดูแลความสะอาด และลดการแพร่เชื้อเมื่อมีอาการ

นอกจากการล้างมือ ลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย และดูแลสุขอนามัยแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยมี วัคซีน RSV เป็นทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่ม ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมตามอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

อาการคล้ายกัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไหน?

นี่คือส่วนที่ทำให้โรคทางเดินหายใจซับซ้อน เพราะ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก และอ่อนเพลีย ไม่ได้เป็นอาการเฉพาะของไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่ง

ดังนั้น แทนที่จะพยายามวินิจฉัยจากอาการด้วยตัวเอง หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีอาการมาก หรือจำเป็นต้องทราบชนิดของเชื้อเพื่อพิจารณาการรักษา ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจที่เหมาะสม

โดยเฉพาะ COVID-19 และไข้หวัดใหญ่ การได้รับการประเมินตั้งแต่ช่วงแรกอาจมีความสำคัญ เพราะยาต้านไวรัสมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มรักษา

เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

ไม่ว่าจะสงสัย COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ หรือ RSV สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการเดาชื่อโรคคือ ความรุนแรงของอาการ

หากมีอาการ หายใจลำบากหรือหายใจเร็ว ดื่มน้ำไม่ได้หรือมีภาวะขาดน้ำ อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง หรือมีอาการรุนแรงและน่ากังวล ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง

ป้องกันโรคทางเดินหายใจ เริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV เป็นไวรัสคนละชนิด แต่เราสามารถใช้หลักป้องกันหลายอย่างร่วมกันได้ เช่น ล้างมือ ดูแลอากาศภายในอาคาร ลดการใกล้ชิดผู้อื่นเมื่อป่วย และใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติมเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง

ที่สำคัญ เมื่อเริ่มป่วยควรพักและลดการสัมผัสกับผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูง

เพราะสำหรับโรคทางเดินหายใจ การป้องกันตัวเองและการไม่ส่งต่อเชื้อให้คนรอบข้าง สำคัญพอ ๆ กัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข — COVID-19, ไข้หวัดใหญ่ และ RSV

  • กรมควบคุมโรค — ข้อมูลโรคไข้หวัดใหญ่

  • WHO — Respiratory Syncytial Virus (RSV)

  • CDC — Respiratory Virus Treatment

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราคือ Merry’s Care : เรื่องที่คุณแคร์ เราคัดสรรให้

แบรนด์

9 ก.ย. 2569 09:41 น.

Diversey แบรนด์ความสะอาดระดับโลก ที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

แบรนด์

9 ก.ย. 2569 09:41 น.

Prova Probio+ คืออะไร? รู้จัก Probiotic และการดูแลสุขภาพลำไส้

สินค้า

9 ก.ย. 2569 01:09 น.

Oxivir TB Wipes คืออะไร? แผ่นเช็ดฆ่าเชื้อใช้กับอะไร และมีจุดเด่นอย่างไร

สินค้า

6 ก.ย. 2569 23:53 น.

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

แนะนำสินค้าที่เหมาะสมและดีที่สุดเพื่อคุณ

DIVERSEY Oxivir TB Wipes
DIVERSEY Oxivir TB Wipes-7%

DIVERSEY Oxivir TB Wipes

แผ่นเช็ดฆ่าเชื้อ

฿550.00฿590.00